ข้อผิดพลาดที่จะทำให้ธีมสีงานแต่ง จัดเลี้ยงนอกสถานที่ ของว่าที่บ่าวสาวพังไม่เป็นท่า

ข้อผิดพลาดที่จะทำให้ธีมสีงานแต่ง จัดเลี้ยงนอกสถานที่ ของว่าที่บ่าวสาวพังไม่เป็นท่า เดี๋ยวนี้จะจัดงานแต่งงานทั้งทีนอกจากธีมงานก็ต้องมี ธีมสีงานแต่ง ตามมาด้วย กลายเป็นข้อหนักใจสำหรับว่าที่เจ้าสาวหลายๆ คนที่มักจะรับหน้าที่เลือกธีมสีงานแต่ง สีไหนดี สีไหนสวย สีไหนจะทำให้งานดูเก๋ไก๋อลังการล้านแปด แต่ระวังนะคะ ยิ่งคิด ยิ่งงง ยิ่งสับสนจนเลือกไม่ถูก คิดมากก็มึนมากจนเผลอทำพฤติกรรมพลาดๆ เหล่านี้จนธีมสีงานแต่งเละเทะไปหมด

1. คิดว่างานแต่งจะต้องมีธีมสีเก๋ๆ เสมอ

เชื่อเถอะค่ะว่าคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวหลายคนมักจะถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า “งานแต่งฉันจะเป็นธีมสีอะไรดี?” ใครมีสีที่ชอบไว้ในใจอยู่แล้วก็ดีไป ส่วนใครที่ไม่ได้ชื่นชอบสีใดเป็นพิเศษก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมาย สีพื้นๆ อย่างสีขาว สีครีม ก็ใช้ได้และเวิร์กสำหรับทุกงาน เติมสีสันเพียงเล็กน้อยด้วยดอกไม้งามๆ ไม่ให้ดูจืดชืดจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่คิดจะจัดงานแต่งในสวน สีพื้นๆ นี่แหละค่ะจะทำให้งานแต่งคุณออกมาเพอร์เฟ็กต์สุดๆ

2. เลือกสีตามเทรนด์ ไม่ได้เลือกตามที่ตัวเองชอบ

เทรนด์สีปีนี้คือ “Living Coral” หรือเฉดสี Pinky Peach ที่ออกชมพูนิดๆ ส้มหน่อยๆ แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าเทรนด์มาได้มันก็ไปได้เช่นกันนะ ปีหน้าเทรนด์สีใหม่ก็จะมาอีก สีนี้จึงจะไม่จีรังยั่งยืนตลอดไปหรอก เพราะฉะนั้นว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่คิดว่าจะเลือกธีมสีงานแต่งแล้วให้เหตุผลว่าสีนี้กำลังมาแรง ขอบอกเลยนะคะว่า ผิดอย่างแรง!!!

ในความเป็นจริงแล้วคุณควรจะเลือกสีที่ตัวเองชอบ อย่าไปตามเทรนด์มากนัก ลองคิดดูว่าถ้าเวลาผ่านไปสักสิบปีแล้วกลับมาดูรูปงานแต่งอีกที คุณก็คงจะได้แต่คิดว่าสีอะไรเนี่ยเช้ยเชยๆ ขอให้จำไว้ว่า “Trends come and go” ท่องไว้ๆ

3. เลือกสีแปลกๆ หาของแมตช์ยาก

ว่าที่บ่าวสาวบางคู่ก็อยากให้งานตัวเองออกมาไม่เหมือนคนอื่น ก็เลยเลือกสีแปลกๆ มาเป็นธีมสีหลักของงาน อยากแปลก อยากแหวกแนวก็ได้ค่ะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ขอให้คิดสักนิดนึงว่าคุณจะสามารถหาอุปกรณ์และของตกแต่งอย่างอื่นที่แมตช์เข้ากันกับธีมสีที่คุณเลือกได้หรือไม่ ถ้าธีมสีหลักไปทาง สีของตกแต่งและองค์ประกอบงานไปอีกทาง บอกได้เลยว่านอกจากจะเละเทะแล้วยังแปลกทั้งงานสมใจอยากของจริง!

4. เลือกสีมากเกินไป

การเลือกโทนสีงานแต่งนั้น ถ้าจะให้ดีควรเลือกไม่เกิน 3 สี (เพิ่มสีแนวเมทัลลิกได้อีกสีนะ) เพื่อให้สีโดยรวมของงานดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สองสีแรกอาจเลือกเป็นสีคนละขั้วก็ได้ สีหนึ่งโทนร้อน อีกสีหนึ่งโทนเย็น แล้วลองใช้สีขาว สีเทา หรือสีเบจเป็นสีที่สามเพื่อช่วยให้ทุกอย่างดูสมูทและกลมกลืน แต่ถ้าใครตั้งใจจะให้งานแต่งออกมาในสไตล์เทศกาลงานวัดก็จัดสีสันคัลเลอร์ฟูลได้เต็มที่ อันนี้ไม่ว่ากันเนอะ

5. ตีกรอบสีสันให้ตัวเองจนเกินไป

ว่าที่เจ้าสาวหลายคนมักชอบคิดว่าสีโทนร้อนต้องคู่กับสีโทนร้อน สีโทนเย็นต้องคู่กับสีโทนเย็น ทุกอย่างจะได้ดูกลมกลืนและสวยงาม เราอยากบอกว่า อย่าจำกัดจินตนาการตัวเองอยู่แค่นั้นเลยค่ะ ถ้าคุณจะลองคิดนอกกรอบจับสีโทนเย็นมาคู่กับโทนร้อนเสียบ้างมันก็คงจะดูสวยงามไม่น้อย อย่างเช่น สีพีชคู่กับสีมรกต สีส้มคู่กับสีน้ำเงินเข้ม หรือจะเอาสีมิ้นท์คู่กับสีม่วงก็ดูจะเข้าท่าดีเหมือนกัน ขอเพียงแค่ว่าลองนำสีคู่ตรงข้ามเหล่านั้นมาลองแปะทาบดูก่อนว่าสวยหรือไม่ ถ้าใช่ถ้าชอบก็จัดเลยสิคะ จะรออะไรอยู่!

6. ลืมคิดไปว่าโลกนี้ยังมีสีขาว

หลายๆ ครั้งที่ว่าที่เจ้าสาวเอาแต่จมดิ่งอยู่กับการเลือกสีอื่นๆ ที่จะมาใช้ในงานแต่งตัวเอง สีนั้นไม่เข้ากับสีนี้ สีนู้นก็เชยไป สีโน้นก็ไม่อยากได้ จนบางทีก็ลืมสีอรรถประโยชน์อย่าง “สีขาว” ไปเสียสนิท ขอบอกเลยว่าเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มสงสัยและตัดสินใจเรื่องสีไม่ได้ แนะนำให้เลือกสีขาวมาไว้ก่อนเพราะมันจะช่วยให้สีอื่นๆ ที่คุณอยากเลือกดูละมุนนุ่มนวลมากขึ้น ผสมลงไปในสีอะไรก็สวยหวานพาสเทล แถมยังเข้ากันกับทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งในสวน ริมทะเล หรือในโรงแรม อีกทั้งสีขาวก็ยังมีอีกตั้งหลายเฉด อยากได้สีขาวแบบไหนก็ลองเสิร์ช 50 Shades of White ในกูเกิ้ลดูก็ได้จ้า

7. ลืมดูสีของสถานที่จัดงาน

สีของสถานที่จัดงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการกำหนดธีมสีงานแต่งเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นเราอยากให้คุณคิดไว้ก่อนเลยว่าธีมสีงานแต่งจะเป็นสีอะไร แล้วตอนไปเลือกดูสถานที่จัดงานก็ควรดูด้วยว่าองค์ประกอบต่างๆ ในห้องนั้นเป็นสีที่เข้ากันกับสีที่คุณคิดไว้หรือไม่ เพราะถ้าคุณเลือกสถานที่ที่การตกแต่งเดิมมีสีตรงใจอยู่แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองงบประมาณในการตกแต่งเพิ่มเติมมากมาย หรือบางทีก็สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วด้วยก็ได้ (ประหยัดงบประมาณได้อีก) หรือถ้าสถานที่ที่คุณเลือกยังมีองค์ประกอบที่ไม่เข้ากันกับธีมสีที่คุณวางแผนไว้ คุณก็อาจพยายามปกปิดหรือปรับให้สีของทุกอย่างกลืนไปด้วยกัน ไม่ให้มีอะไรโดดเด่นจนดูแปลกตา